Article 32 do VegusBet 2561




เวบเล่นบอลออนไลน์ ที่ดีที่สุด ฝากขั้นต่ำ 20 เตรียมพบกับ เว้ป แทงบอลออนไลน์เปิดบริการตลอด24ชั่วโมง ไม่มีอันตราย และ ได้มาตรฐาน สามารถยอมรับ ตามหลักสากล 2 user เล่นได้ทุกสิ่ง การคลังมั่นคงจ่ายหนักจ่ายจริงฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ webตรงไม่ผ่านเอเยนต์แทงบอลสเต็ปบาคาร่าออนไลน์คืนค่าคอมสูงสุด 59% คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงบาคาร่าออนไลน์ได้กำไรให้ได้สมัครง่ายไม่ยุ่งยากหลายเกมส์ให้ร่วมบันเทิงใจคาสิโนออนไลน์ที่ใหญ่และก็นิยมที่สุดในไทย ทำรายการถอน ภายในเวลา 9 นาที รองรับมือถือ android และ ios เปิดมานานกว่า 7 ปี ให้บริการแทงบอลออนไลน์คาสิโนออนไลน์ บาสเกตบอล หุ้นมั่นคงได้เงินจริง

4 แมตช์พรีเมียร์ลีก
4 แมตช์พรีเมียร์ลีก
ล่วงเลยไป 4 นัดสำหรับบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ
"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะรวดทีมเดียว 4 นัด 12 คะแนน ภายหลังทำศึกทำสงครามแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ด้วยชัยที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ช่วงเวลาที่ "เต็งสาม" ปัจจุบันเสมอสวอนซี 2-2 ในเกมที่ ดีเอโก คอสต้า ตกเป็นเป้าของกองข้างหลังสวอนซี ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกขอรับเพราะผู้ฝึกสอนกลุ่มหงส์ขาวชื่อ เว็บพนันบอลออนไลน์ ฟรานเชสโก กุยโดลิน โค้ชซึ่งมีสไตล์การทำงานตามฉบับโค้ชอิตาลีที่ขึ้นชื่อลือนามหัวข้อการจัดกระบวนเกมรับ
ผลเสมอทำให้เชลซีหยุดสถิติชนะรวดไว้ที่ 3 นัดหมาย แม้กระนั้นถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีในยุคใหม่ของ อันโตนีโอ คอนเต รวมทั้งในฐานะเต็งสามนั้นพวกเขาตามหลังทีมชนะรวดอย่าง "เรือใบ" พร้อมกับมุ่งหน้าไปสู่การลุ้นแชมป์ถัดไป

4 นัดหมายที่ผ่านไปมีอะไรน่าสนใจบ้าง
"แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้" ผ่านตาไปพร้อมกันกับข้อเท็จจริงที่ว่าฟุตบอลมีสองครึ่งและแทกว่ากล่าวกของบอลไม่มีอะไรลบ มีแม้กระนั้นบวก ขึ้นกับว่าคุณใช้ได้ผลแค่ไหน ถ้าเกิดรุกก็จำต้องรุกให้ได้สมรรถนะแล้วก็ชนะ หากรับแล้วสวน คุณก็ต้องรับให้รัดกุมแล้วสวนให้ได้ประตู
ภาพกว้างๆมันเป็นนั่น
แน่นอนว่า "เรือใบสีฟ้า" ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แปลกตาจากฤดูกาลที่แล้วและในฐานะเต็งแชมป์เล่นอย่างงี้พวกเขาย่อมได้โอกาสอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าผมให้ เว็บพนันบอลออนไลน์ "เรือใบ" เล่นได้ราวกับแชมป์เพียงแค่ 35 นาทีของเกม
ตอนนำ 2-0 พวกเขาเล่นราวกับแชมเปี้ยนส์จริงๆ
แต่ทว่าบอลเล่น 90 นาที ถ้าหากอยากจะเป็นแชมป์ก็ต้องเล่นให้ได้แบบนั้นตลอด 90 นาที ทั้งบอลมันพึ่งเริ่มไปแค่ 270 นาที ของการแข่งขันสามนัดแรก มันยังมีอีกตั้งไกลกว่าจะบรรลุเป้าหมาย
"เรือใบสีฟ้า" ยังมีจุดอ่อน ซึ่ง โชเซ มูรินโญ ก็มองเห็น
แน่ๆแทกติกของ มูรินโญ คือรับแล้วสวนรวมทั้งปรารถนาแต้มแล้วก็ลุ้นชนะด้วยแทกตำหนิกของตน แต่ว่าเกมแพลุกลนมันพังทลายด้วยเหตุว่าแมนฯซิตี้ คอนโทรลเกมได้ดี การรุก เควิน เดอ บรอยน์, โนลิโต้ ทำได้ดีจังๆนี่ ราฮีม สเตอริง ดคอยปลงไปจากมาตาฐานเดิม
แดนกึ่งกลาง แฟร์นานโด, ดาบิด ซิลบา คือหัวใจสำหรับในการช่วงชิงและก็คุมพื้นที่ได้หมด ทำให้การคอนโทรลเกมของแมนฯซิตี้ เป็นไปด้วยดี แต่ว่านั่นเกิดขึ้นเนื่องจากว่าการมีส่วนร่วมจากกองหลังแมนฯยูฯ ที่ประมาท เผลอเรอ และก็เสียสมาธิ
จากการเล่นบอลในดินแดนหลังของแมนฯซิตี้ จาก บราโว ที่ผ่านบอลให้ วัวลารอฟ ในจังหวะเด็กผีเพรสสิงดินแดนบน แล้วต่อจากนั้น โคลารอคอยฟ เปิดยาวมาด้านหน้า อีกเฮียท้องนาโช กระโดดขึ้นโหม่งสลัด...นั่น เอริก ไบยี ไม่เกาะติด เขาปล่อยให้โหม่ง
ตามหลังชนได้จะต้องชน...ถ้าหากไม่ทัน
อิกเฮียนาโช โหม่งสะบัดบอลจังหวะสองเป็น เดอ บรอยน์ โฉบตัดหน้า ดาลีย์ บลินด์ ซึ่งเป็นตัวซ้อน ก็เหม่ออออ ทำให้ เดอ บรอยน์ สัมผัสบอลได้ ทะลุเข้าจุดโทษ แต่งอีกหนึ่งคราวก่อนแปบอลหนี เด เคอา เข้าไปเสียบก้นตาข่ายอย่างแม่นยำ
1-0 ของ ซิตี้ เกมเล่นง่าย และและก็ตามด้วย 2-0 จากจังหวะ เดอ บรอย์ ยิงชนเสาแล้ว อิกเฮียทุ่งนาโช ซ้ำจ่อๆโดย บลินด์ พลาด ไม่เชคล้ำหน้า
ขอแค่ดันขึ้นตามเพื่อนๆดาวรุ่งแมนฯสิตี้ ก็ล้ำหน้าแล้ว...

นี่คือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากความยอดเยี่ยมในเกมรุกของซิตี้ กับความยอดแย่สำหรับเพื่อการป้องกันของกองข้างหลัง จากเกมอย่างงี้ แมนฯซิตี้ มีความคิดว่าเหนือกว่า คอนโทรลบอลได้หมด
นั่นความนึกคิดที่ผิด...
ทั้งแมนฯสิตี้ก็ได้เปิดเผยข้อด้อยให้เห็น นั่นคือ เคลาดิโอ บราโม้ ป้องกันลูกกลางอากาศได้ไม่ดีนัก การควบคุมเขตโทษของเขาทำให้เสียประตู 2-1 อันเป็นจุดเปลี่ยนของเกมอย่างแท้จริง เมื่อ บราโว ออกมาตัดบอลพลาดแล้ว สลาตัน เก็บตกแล้วก็ใช้แนวทางการยิงที่ยอดเยี่ยม ซึ่งกองหน้าคนจำนวนไม่น้อยก็ไม่แน่ว่าจะทำได้แบบเขา
เอียงตัววอลเลย์...บอลโดนหลังเท้าแทงเสาเข้าไปจากจุดนั้น
สกอร์ 2-1 ทำให้รูปโฉมโนมพรรณของเกมแปรไปในครึ่งหลัง "เรือใบ" เล่นตกลงจากครึ่งแรกรวมทั้งแมนฯยูฯ ไล่จวกด้วยบอลริมเส้นแล้วก็การแก้เกมของ มูรินโญ ด้วยการส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด รวมทั้ง เอร์เรรา ลงแทน มคิทาร์ยาน และก็ เจสซี ลินการ์ด
ขยับ รูนีย์ ไปเล่นทางด้านขวา ดัน ป๊อกบา ขึ้นหน้าเพราะ เอร์เรรา กับ เฟลไลนี เล่นกลางคู่กัน พร้อมทั้งสปีดบอลที่เร็วขึ้นกว่าเดิม พวกเขาคุมเกมได้นานถึง 10 นาที จนกระทั่ง เป๊ป จะต้องรีบเปลี่ยนตัวลงมาแก้เกมของตนที่เริ่มเสียท่า
แฟร์นานดินโญ ลงมาแทน อิกเฮียท้องนาโช ปรับ ราฮีม กับ เดอ บรอย์ สลับยืนหน้า เพื่อเพิ่มความดุเดือดในดินแดนกึ่งกลาง ซึ่งถือว่าได้ผล ทำให้เกมของพวกเขากลับมาดีขึ้น แต่ก็มิได้ดีพอที่จะยิงลูกสามได้ เป็นคอนโทรลเกมได้แต่ว่าโอกาสนี้เกมรับแมนฯยูฯ แน่นขึ้นกว่าเดิม
เรียกว่าเล่นยาก...จนกระทั่งต้องแปลงเอา เลอรอย ซาเน ลงมายืนปีกแทน ราฮีม สเตอริง ในอีก 10 นาทีต่อมาเป็นช่วง 1 ชั่วโมงพอดิบพอดี
เกมทรงๆกัน รวมทั้งแมนฯยูฯ มีลุ้นตีเสมอได้จากเกมที่เกิดขึ้นจากการขึ้นบอลข้างๆ เรียกว่า แมนฯซิตี้ ก็ป่วนปั่นได้เช่นกัน
โอเค...ป๊อกบา อาจเล่นไม่คุ้มตัว 89 ล้านปอนด์ แต่สิ่งที่ "ภูติผีแดง" จะเ้ล่นนั้นไม่ต้องเหมือนแมนฯสิตี้ เพราะเหตุว่าสไตล์ผู้ฝึกสอนก็ไม่ราวกับแล้ว อาจจะไปเล่นบอลคอนโทรลแบบแมนฯสิตี้ ไม่ได้ก็ จะต้องเล่นตามทางถนัด
ก็แค่ มคิทาร์ยาน ไม่ใช่ริมเส้น เขาเป็น ตัวหน้าต่ำ ตัวรุก มุ่งหน้าเข้าประตูมากยิ่งกว่าอยู่ขอบสนาม การเปลี่ยนเขาออกหลังจากครึ่งแรกราวกับลงโทษอย่างไรชอบกล แต่เกมของแมนฯยูณ กลับมาดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เรียกว่ายกระดับขึ้นมาทำให้เกมรุกแมนฯซิตี้อ่อนลง
10 นาทีท้ายที่สุดยิ่งปั่นป่วนหนักและก็พวกเราได้เห็นอาการจิตตกของ เป๊ป ด้วยเหมือนกัน
โอเค...ผีแพ้ 1-2 และดูอย่างกับว่าแมนฯสิตี้ คอนโทรลเกมในพื้นที่แดนกึ่งกลางได้ดียิ่งไปกว่า โดยรวม แม้กระนั้นก็ไม่ได้ดีแบบเยอะมากหรือเหนือชั้นอะไร ตรงกันข้ามพวกเขาก็มีสิทธิ์จะเสียลูกตีเสมอตลอดเวลาจากการโจมตีตามแบบฉบับแมนฯยูฯ
ทางคนไหนทางมัน...แทกติเตียนกคนละสไตล์
ที่เหลือจากนี้ แมนฯยูฯ ด้วยฟอร์มแบบงี้ ผมว่าไปไล่ตบเด็กรับประทานแต้มรวมทั้งอัดทีมกลุ่มชปล. อย่างอาร์เซนอล, สเปอร์ส, หงส์แดง แล้วค่อยมาพิสูจน์กับแมนฯสิตี้ ใหม่ หรือเปล่าบางโอกาส "เรือใบ" บางทีอาจเสียท่าทำสกอร์หล่นระหว่างทางก็ได้
ผมมองดูภาพออกมาเป็นแบบนี้....ว่าทีมของ มู ยังมีโอกาสกลับมาตลอดเวลา เนื่องจากว่านับว่ามันมีอะไรที่แตกต่างจากเดิมเยอะแยะเลยทีเดียว
"แคแรกเตอร์"....ตัวนักฟุตบอล...ผู้ฝึกสอน โดยยิ่งไปกว่านั้น 45 นาทีหลังที่เล่นกับแมนฯสิตี้ มันเป็นแง่ดีที่จะจะต้องต่อยอดต่อไป ไม่ต้องไปซีเรียสกับสไตล์บอลรุก พาสซิงเกม ที่ดูดีของ เป๊ป เพราะจะให้ ป๊อกบา ไปเล่นแบบ ดาบิด? ซิลบา, เดอ บรอยน์ มันไม่ใช่แน่นอน
ป๊อกบา จำต้องเล่นอย่างที่เขาเล่นกับยูเวนตุๆสหรือตามแทกตำหนิกที่ มู น่าจะจำเป็นต้องติวเข้มกันถัดไป
เป๊ป ได้เปรียบกว่าหากแม้ไม่เคยทำบอลอังกฤษมาก่อนเป็น "สไตล์" ของเรือใบถูกผลิตเอาไว้แบบพาสสิง เกม เขาแค่มาปรับ มาต่อยอดให้ดีขึ้น ด้วยรายละเอียดของเขาเพียงเท่านั้น เพราะอะไรเขาไม่เลือกคุมแมนฯยูฯ
นั่นเท่ากับว่าเขาจำต้องสร้างทีมใหม่เพื่อให้เล่น พาสสิง เกม ...ที่ไม่ใช่ พาสสิง กลับหลังราวกับ ฟาน กัล
ฤดูกาลอีกยาวไกล...แค่นัดที่สี่เอง ผมว่าพวกเราคงได้เห็นอะไรดีๆจาก มูรินโญ แล้วก็แมนฯยูฯ กลุ่มนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งแคแรกเตอร์ของทีมที่มีเลือดนักสู้ เข้มข้น มันกลับมาแล้ว
ในช่วงเวลาที่ลิเวอร์พูล เปิดอัฒจันทน์ เมนสแตนด์ ใหม่พร้อมความจุ...ถ้าเข้ามาเต็มๆครับผม 54,074 คน เพิ่มจากเดิม 8,500 คน ซึ่งตั๋วขายหมดจริงแต่ว่าทำไมคนหายไปเกือบจะสามพัน เพราะว่าความจุที่ต่อกรเลสเตอร์ ซิตี้ "แชมป์เก่า" มีคนรักบอลเพียงแค่ 51,000 เศษๆเท่านั้น
หลายๆคนถามว่าปริมาตรที่มากสุดของลิเวอร์พูลเท่าไหร่..คำตอบคือ61,905 คน และก็ยอดความจุเฉลี่ยของหงส์แดงชั่วนิจนิรันดร์อยู่ที่ 48,127 คน ปีนั้นคือปี 1978 โน่นคือยอดเฉลี่ยสูงสุดทั้งฤดูกาล ถามคำถามว่า 54,047
วันแรกของการเปิดอัฒจันทน์ใหม่หายไป 3,000 คน แล้วปริมาตรเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ที่เยอะแค่ไหน
ระวังเก้าอี้ว่างนะครับ...ขอเตือน
44,000 ในช่วงหลายปีที่ผ่านเลยมาก็ใช่ว่าเต็มทุกนัดหมาย
นี่เป็นข้อสังเกตบางประการที่ไม่เกี่ยวกับเกม ซึ่งจำเป็นต้องเห็นด้วยว่า "ความมุ่งมั่น" นักฟุตบอลต่างกัน หงส์แดง มุ่งมั่นมากกว่า ในตอนที่เลสเตอร์ ความขมักเขม้นต่ำลงภายหลังได้แชมป์แล้วก็โน่นคือสิ่งที่ เคลาดิโอ รานิเอรี อาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน "ทัศนคติ" ของนักเตะเลสเตอร์
10 คนแรกชุดเดิม...แค่ ริยาด มาห์เรส คนเดียวก็ลดความมุ่งมั่นลงไปเยอะ
ตรงนี้เป็นจุดที่ทำให้พวกเขาแพ้หงส์แดงราบคาบ
ด้วยเหมือนกันขอรับในส่วนของเลสเตอร์ จะต้องปรับแต่งเรื่องความจริงจัง...ลิเวอร์พูลอาจจำต้องปรับเรื่องเกมรับ ลูคัส เลวา รอดตัวไปหลังจากจับบอลหลุดเท้าแล้วจะต้องรีบเตะทิ้ง ทำให้เหลี่ยมบอลผ่านหน้าประตูกลายเป็นส่งให้ เจมี วาร์ดี้ ยิง
ลูคัส ไม่ใช่ตัวจริง เป็นอะไหล่ ในเกมรับแล้วดินแดนกึ่งกลาง เขาอาจจะไม่ใช่ตัวหลักและก็อนาคต อาจว่ากันไม่ได้ แต่ว่าภาพรวมเกมรับลิเวอร์พูลต้องแก้ไขแน่ๆที่ดี ที่พีคมากมายๆคือ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน (สำเนียงโปรเหม็นตุกีส ไม่ใช่เฟอร์มิโน)
ทั้งยังแอสซิสต์และทำประตู ทำให้เขามีช่องว่างในกลุ่มเยอร์เกน คลอปป์ ตลอดระยะเวลา
ฟีร์มีโน, มาเน น่าจะเป็นตัวสำคัญ ส่วน สเตอริดจ์ ที่ขึ้นๆลงๆเอาแน่นอนไม่ได้ เล่นดีก็เป็นเทพ เล่นห่วยแตกก็ออกมารได้ แล้วก็ คูตินโญ คงจะจำต้องแย่งเก้าอี้กัน ระหว่างที่ ลัลลานา ไม่ต้องแย่งเก้าอี้กับใครกันแน่ เพราะว่าเขาถอยไปเล่นกลางกับ เฮนโด และก็ จินี ไวนัลดุ้ม ซึ่งพอดี
หากรักษาฟอร์มอย่างนี้ ลัลลานา มีพื้นที่ว่างในทีม ปลดปล่อยให้ จินี กับ เฮนโด ต้องแย่งกันลง หาก เอมเร เฉลียง หายกลับมาบริบูรณ์
ถามคำถามว่าสิ่งที่ คลอปป์ จำต้องปรับเว้นแต่ เกมรับให้รัดกุมแล้วมีอื่นใดอีก
1 รักษาฟอร์มให้เล่นดีตลอดเวลาและรับรองผลแข่งขันตามผลงานในสนามด้วย เล่นก็ดีแพ้ มันไม่ผลดีจำต้องเล่นก็ดีชนะ ส่วนเล่นไม่ดีแล้วชนะ มันจะต้องมีบ้างแต่แค่ 5-10% ของฤดูกาลครับผม บอลอย่างนี้มันไม่มีในโลกหรอกนะครับที่เล่นไม่ดีแล้วชนะทุกเกม
มันจำเป็นต้องเล่นให้ดีแล้วก็เลยจะได้โอกาสชนะ
2 เกมโต้กลับ หลังตัดบอลได้จำต้องแม่นยำ คม แล้วก็สมรรถนะเสมือนที่ดอร์ทมุนด์ ซึ่ง เกเก้น เพรสสิง นั้นมักทำให้ได้ประตู เหมือนเกมที่ชนะบาร์เซโลนาฝึกซ้อม 4-0 ที่มีจังหวะตัดบอลได้ 2 ครั้งแดนกึ่งกลางเป็นสองประตู
ยังมีอะไรให้ปรับแก้อีกในเรื่องสไตล์การเล่น ซึ่งยังไม่รวม "แมตช์" และ "คู่ปรปักษ์" ในระดับทอปที่จะจะต้องเจอนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป
ผมยังมั่นใจว่าลุ้นที่ 4 นะเพียงพอไหวอยู่นะครับสำหรับเด็กหงส์

การค้นหาที่เกี่ยวข้องกับ เว็บไซต์พนันบอล
เว็บ บอล แจก เครดิต ฟรี ล่าสุด เว็บบอลแจกเครดิตฟรีไม่ต้องฝาก เว็บพนัน pantip เว็บพนันบอล pantip เว็บพนันบอล ดีที่สุด 2019 พนันบอลออนไลน์ ฟรี เว็บพนันบอล ดีที่สุด pantip vegus168 live